ข่าวล่าสุด สูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนัก เครื่องดื่มสุขภาพประโยชน์ 2 ต่อ

ข่าวล่าสุด สูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนัก เครื่องดื่มสุขภาพประโยชน์ 2 ต่อ อยากมีตัวช่วยดี ๆ ในการลดน้ำหนักก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะเราพึ่งประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้ปั่นเป็นตัวช่วยลดความอ้วนได้ แถมได้ประโยชน์ 2 ต่อด้วย

สูตรน้ำผัก-ผลไม้ที่เรากำลังจะบอกต่อทุกคนในวันนี้ บอกได้เลยค่ะว่าเป็นสูตรน้ำผักปั่นลดพุงก็ได้ เป็นน้ำผลไม้ลดความอ้วนก็ดี และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับคนที่ไม่ค่อยจะกินผักผลไม้สักเท่าไรในแต่ละวันด้วย เอาล่ะ…เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนักกันเลยดีกว่า

1. น้ำปวยเล้ง+แอปเปิลเขียวปั่น

ปวยเล้งมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ในกระบวนการทำงานของระบบเผาผลาญ ส่วนแอปเปิลเขียวก็เป็นผลไม้ไฟเบอร์สูงที่ช่วยลดความอ้วนอยู่แล้ว

ส่วนผสม

• ปวยเล้งประมาณ 1 กำมือ
• แอปเปิลเขียวหั่นเต๋า 1 ลูก
• น้ำสะอาด 1 แก้วกาแฟ

วิธีทำ

1. ล้างปวยเล้งและแอปเปิลเขียวให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
2. จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด
3. เทน้ำผัก-ผลไม่ปั่นใส่แก้ว สามารถเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้ เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

+++++++++++++++++++

2. น้ำมะเขือเทศ+แตงกวาปั่น

นอกจากสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยแล้ว มะเขือเทศยังมีความฉ่ำน้ำ และยังพกสรรพคุณในการลดน้ำหนักมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ สรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย และสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือดก็ได้ ส่วนแตงกว่าก็มีความฉ่ำน้ำ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติดียิ่งขึ้น

ส่วนผสม

• มะเขือเทศ 2 ลูก
• แตงกวา 1+1/2 ลูก

วิธีทำ

1. ล้างส่วนผสมให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้ จากนั้นนำแตงกวาลงไปปั่นก่อน
2. เมื่อแตงกวาเริ่มละเอียดให้ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปปั่นรวมกัน
3. ปั่นต่อจนมะเขือเทศและแตงกวาเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

+++++++++++++++++++

3. น้ำแครอท+ขิง+แอปเปิลเขียวปั่น

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อนแฝงอยู่ ด้วยเหตุผลนี้จึงช่วยกระตุ้นได้ทั้งระบบย่อยอาหารและเร่งระดับก­­ารเผาผลาญไขมันในร่างกายไปในคราวเดียวกัน และเมื่อผสานพลังกับแครอทที่มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้น อีกทั้งน้ำตาลในผลไม้อย่างแอปเปิลเขียวยังช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ อีกด้วยนะคะ

ส่วนผสม

• แครอท 1 หัว
• ขิง 1 แง่งเล็ก
• แอปเปิลเขียว 1 ลูก
• น้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกขิงและแครอท จากนั้นล้างส่วนผสมทั้งหมดให้สะอาด
2. นำแครอทไปต้มให้พอสุก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
3. หั่นขิงและแอปเปิลเขียวเป็นชิ้นเล็ก ๆ
4. ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

4. แอปเปิล+ผักกาดหอม+น้ำมะนาวปั่น

ถ้าจะให้ดีสามารถผสมทั้งแอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดงไปเลยก็ได้ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนในเรื่องของไฟเบอร์นั้น ทั้งแอปเปิลและผักกาดหอมก็มอบให้เราได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ไหนจะวิตามินหลากชนิดในผักกาดหอมที่มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบย่อยอาหารแลระบบเผาผลาญอีก

ส่วนน้ำมะนาวสุดจี๊ดก็มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเบิร์นไขมันได้มากขึ้น แถมมะนาวยังมีสรรพคุณช่วยสกัดสารพิษในร่างกายไม่ให้ตกค้างจนเกิดอาการบวมตามจุดต่าง ๆ ได้อีกต่างหาก

ส่วนผสม

• แอปเปิลเขียวหรือแดงก็ได้ 1 ลูก
• ผักกาดหอมประมาณ 4-5 ใบ
• น้ำมะนาว 1 ลูก

วิธีทำ

1. ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
2. นำแอปเปิลไปปั่นให้ละเอียดพอประมาณก่อน จากนั้นเติมผักกาดหอมที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวคั้นสด
3. ปั่นต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

5. พริกหวาน+แอปเปิล+น้ำมะนาว

ผักในตระกูลพริกมีสารที่ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญในร่างกายได้ ส่วนมะนาวก็อย่างที่บอกว่าช่วยเคลียร์ระบบย่อยให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น และไฟเบอร์ในแอปเปิลก็จะมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายอีกทาง

ส่วนผสม

• พริกหวาน 1 ลูก
• แอปเปิลแดง 1 ลูก
• น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
2. ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

6. สับปะรด+แตงกวา+ปวยเล้งปั่น

สำหรับคนที่รู้สึกว่าระบบย่อยไม่ค่อยจะดี ระบบขับถ่ายก็เหมือนจะแย่ ต้องลองน้ำผัก-ผลไม้สูตรนี้ด่วนเลยค่ะ เพราะสับปะรดมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารได้ดีมาก ส่งผลให้ลำไส้สามารถจัดการอาหารที่กินเข้าไปได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเมื่อลำไส้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ การดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ก็จะดีขึ้นด้วย ส่วนวิตามินในแตงกวาและปวยเล้ง ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วยลดอาการหิวบ่อย ๆ และช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้อีกทางด้วย

ส่วนผสม

• สับปะรดหั่น 1 ถ้วยตวง
• แตงกวา 1 ลูก
• ปวยเล้ง 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1. ล้างแตงกวาและปวยเล้งให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
2. นำส่วนผสมทุกอย่างลงไปปั่น หากคิดว่าเนื้อข้นไป ให้เติมน้ำสะอาดลงไปในส่วนผสมได้
3. ปั่นต่อจนทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

7. กีวี+ขิง+มะนาว

นอกจากกีวีจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์แล้ว เมล็ดสีดำเล็ก ๆ ของกีวียังเป็นไฟเบอร์ชนิดที่ไม่สามารถละลายได้ จึงช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และทำให้คุณอิ่มได้นานขึ้น หมดปัญหาเรื่องกินจุบกินจิบอีกต่อไป ส่วนขิงกับมะนาวนั้น สรรพคุณในเรื่องช่วยเบิร์นไขมันของเขาก็ไม่แพ้ใคร !

ส่วนผสม

• กีวี 1 ลูก
• ขิง 1 แง่งเล็ก ๆ
• น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกขิงและกีวีเตรียมไว้
2. นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. สามารถเติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้ (ถ้าต้องการ) เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

นอกจากสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนักเหล่านี้แล้ว ใครอยากแหวกแนวผสมสูตรของตัวเองดูบ้าง เราก็มีลิสต์ผลไม้ลดน้ำหนักมาฝากตามนี้เลย

– ผลไม้ลดน้ำหนัก 13 ตัวช่วย อยากหุ่นสวยกระชับห้ามพลาด !

แต่ถ้าขี้เกียจคิดสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นเอาเอง เราก็มีสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นอื่น ๆ มาฝากด้วยค่ะ

– 12 วิธีทำสมูทตี้ลดน้ำหนัก เครื่องดื่มผลไม้ปั่นสูตรเฮลธ์ตี้ที่คนอยากผอมปลื้ม

– 10 สูตรน้ำผักเพื่อสุขภาพ ดื่มแล้วชีวิตเปลี่ยนผิวสวยต้านโรค

อ้อ ! แต่หากจะดื่มน้ำผัก-ผลไม้ลดน้ำหนักให้ได้ผลจริง ๆ แนะนำให้ทำตามวิธีดื่มน้ำผัก-ผลไม้ลดน้ำหนักที่ถูกต้องด้วย มาดูกันเลย

วิธีดื่มน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนัก

การดื่มน้ำผัก-ผลไม้ปั่นเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักควรจะดื่มในมื้อเช้า เพราะเป็นมื้อที่ร่างกายเราจะดูดซึมสารอาหารได้ดี อีกทั้งการดื่มน้ำผลไม้ตอนเช้ายังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีมากอีกด้วยนะคะ นอกจากนี้อย่างที่ได้บอกกันไปว่า สรรพคุณเด่น ๆ ของผักและผลไม้บางชนิด มีส่วนช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย รวมทั้งช่วยลดความอยากกินอาหารหวาน ๆ อาหารแคลอรีสูงได้ ดังนั้นการดื่มน้ำผัก-ผลไม้ปั่นสัก 1 แก้วร่วมกับมื้อเช้าก็จะดีที่สุดค่ะ

และแม้ว่าเราจะได้รับวิตามินและไฟเบอร์จากน้ำผัก-ผลไม้ปั่นไปแล้ว แต่เราก็ต้องกินอาหารอื่น ๆ ให้ครบ 5 หมู่ด้วยนะคะ โดยเฉพาะสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมันชนิดดี เช่น ไขมันจากปลา ไข่ หรือถั่ว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารไปสร้างกล้ามเนื้อ รวมทั้งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเบิร์นไขมันของร่างกาย